วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2552

สูตรการบิดลูกบิด (Rubik) แถวที่สอง
สูตรการหมุน Rubik แถวที่ 2หลังจากที่เราทำแถวแรกกันได้แล้วนะครับ เราก็มาทำแถวที่สองกันต่อเลย แถวที่สองนี้ทำง่ายหน่อยนะครับ อาศัยความเข้าใจนิดนึงก็ใช้ได้เลยครับ

หลังจากทำได้หน้าเดียว (อย่างเป็นระเบียบ) เรียบร้อยแล้ว ให้เราบิดแถวแรกที่เราทำได้ดังนี้ .. (ทางซ้ายหรือขวาก็ได้นะครับ)
ให้ได้สีหน้าที่เหลือทั้ง 4 หน้า ที่ไม่ใช่ด้านบน ตรงกับสีที่ถูกต้องอย่างในรูปนะครับ
เราก็พลิกสีที่เราใช้เป็นหลักในตอนแรก (คือสีเหลือง) ลงไปข้างล่างนะครับ ทีนี้เราก็เล็งสีตรงที่ผมวงเอาไว้ ว่าสีอะไรจะมาใส่ที่ตรงนี้ ในที่นี้สีก็ควรจะเป็นอย่างรูปเล็กที่ผมเอามาให้ดูกันใช่ไหมครับ
ให้เรามองหาสีดังกล่าวที่อยู่คู่กัน แล้วพยายามบิดให้ได้อย่างในรูป ซึ่งตรงนี้ต้องเลือกหน่อย เพราะบางทีมันก็หาตำแหน่งนี้ยากซักหน่อย
ขั้นแรกเลย ให้เราหันหน้าที่เป็นสีแดงเข้ามาหาตัวเรา และให้ด้านน้ำเงิน ซิ่งมีเม็ดที่เราต้องการอยู่ทางด้านขวา จากนั้นให้บิดด้านบนไปทางขวาหนึ่งครั้ง
แล้วก็บิดด้านหน้าทวนเข็มนาฬิกาหนึ่งครั้ง
แล้วก็บิดด้านบนกลับมาทางด้านซ้ายหนึ่งครั้ง
แล้วเราก็บิดด้านหน้ากลับมาแบบตามเข็มนาฬิกาหนึ่งครั้ง ตรงนี้จะเห็นว่าสีแดงกับสีน้ำเงินที่อยู่ด้านบนเข้าคู่กันแล้วครับ
แล้วเราก็ต้องจัดให้มันได้ตำแหน่งเดิม นั่นคือบิดด้านบนไปทางซ้ายหนึ่งครั้ง
แล้วก็บิดด้านขวาขึ้นมาข้างบนหนึ่งครั้ง
แล้วก็บิดด้านบนไปทางขวาหนึ่งครั้ง
ทีนี้เกือบเข้าที่แล้วครับ แล้วก็บิดด้านขวาลงมา
ได้แล้วครับ
จากนั้นเราก็ทำจุดที่เหลือให้ครบ ทีนี้มีอยู่สองสามอย่างที่อยากจะบอกครับ คือ1. ถ้าเม็ดที่เราต้องการเนี่ย ไม่อยู่ด้านขวาเหมือนในตัวอย่าง แต่ดันไปอยู่ข้างซ้าย วิธีการบิด ก็เหมือนกันทุกอย่างครับ แต่ ... ให้กลับการทำกัน ซ้ายเป็นขวา ทวนเข็มเป็นตามเข็ม ด้านซ้ายเป็นด้านขวา ด้านขวาเป็นด้านซ้าย แล้วจะเข้าล๊อคเหมือนกันครับ2. ให้สังเกตุเม็ดสีด้านบน เช่น ถ้าเป็นสีขาว ให้เราเลือกเม็ดที่ไม่มีสีขาวเอามาทำ เพราะมันจะลงตัว แต่ถ้ามีสีขาวอยู่ ยังไงมันก็ไม่ลงครับ3. ถ้าสมมุติเหมือนตัวอย่างเลย คือสีแดงและสีน้ำเงิน แต่เม็ดที่ต้องการก็อยู่ตรงนั้นแหละ แต่สลับสีกันระหว่างแดงกับน้ำเงิน ให้เราบิดแบบขั้นตอนนี้ทิ้งไป 1 ชุดครับ สีแดงน้ำเงินที่ต้องการ จะมาอยู่ด้านบน แล้วเราก็ค่อยบิดกลับลงมาให้ถูกตำแหน่ง
ขั้นตอนที่ทำขั้นที่สองนี้ ไม่เยอะมาก แต่ต้องทำความเข้าใจกับมันนิดนึงครับ ว่าทำไมต้องบิดแบบนี้ ขนาดนี้ ถ้าเข้าใจแล้วจะง่ายเลยครับ จะได้สองแถวได้เร็วมากๆ ครับ
ก็เหลือขึ้นตอนที่ 3 นะครับ ... อิอิ

วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2552

วิธีการทำแมโครในไมโครซอฟต์เวิร์ด

Macro คืออะไรMacro เป็นลักษณะการใช้งานพิเศษที่ผู้ใช้โปรแกรมประยุกต์ในกลุ่มของ Microsoft Office สามารถเรียกใช้งานเพื่อการสร้างคำสั่งขึ้นใหม่ซึ่งจะช่วยให้การใช้งานง่ายขึ้นและประหยัดเวลาในการใช้งานบางอย่างที่ต้องทำเป็นขั้นตอนซ้ำ ๆการสร้าง Macro ใน Microsoft Wordการบันทึก Macro
เปิดเอกสารที่ต้องการจะบันทึก Macro
คลิกที่เมนู Tools เลือกMacro > New Macro…


พิมพ์ชื่อของคำสั่งที่ต้องการใน Macro name box จากนั้นใน Store macro in box คลิกเลือกว่าต้องการเก็บ macro ที่สร้างนี้ไว้ที่ใด แล้วคลิกปุ่ม OK เพื่อเริ่มการบันทึก

การสร้างเมนูคำสั่งใน MS Office ด้วย Macro
บนจอภาพจะปรากฏกรอบแสดงปุ่มควบคุมการบันทึก และที่ pointer ของเมาส์จะปรากฏสัญลักษณ์เครื่องบันทึกเทป ณ ขณะนั้นถ้ามีการพิมพ์ หรือ คลิกเลือกคำสั่งใด กิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก็จะถูกเก็บบันทึกไว้ตามขั้นตอนที่เกิดขึ้น เมื่อต้องการหยุดการบันทึกชั่วคราวก็กดปุ่ม Pause หรือ กดปุ่ม Stop เมื่อสิ้นสุดกิจกรรมที่ต้องการบันทึกสำหรับ macro นั้น
การเรียกใช้ Macro
คลิกที่เมนู Tools เลือกคำสั่ง Macro > Macros… จะพบ Macro ที่ได้บันทึกไว้ในกรอบรายชื่อของ Macro
ถ้าต้องการให้ macro ใดทำงาน ให้คลิกเลือกชื่อ macro นั้น แล้วคลิกที่ปุ่ม Run
การแก้ไข Macro
คลิกที่เมนู Tools เลือกคำสั่ง Macro4Macros… คลิกเลือกชื่อ macro ที่ต้องการแก้ไข แล้วคลิกที่ปุ่ม Edit
จะปรากฏวินโดว์ของ Microsoft Visual Basic ซึ่ง Word กำหนดไว้ให้เป็น Editor พร้อมกับวินโดว์ที่แสดง Code คำสั่ง ซึ่ง Word ได้แปลงขึ้นจากกิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้บันทึกไว้ ในกรณีที่เข้าใจคำสั่ง Visual Basic ก็สามารถทำการแก้ไข code ได้ตามต้องการ
เมื่อต้องการกลับไปที่ Word ให้คลิกที่ไอคอนของ Word บน Toolbar
การสร้างเมนูคำสั่งสำหรับเรียกใช้ Macroเมื่อได้มีการสร้าง Macro แล้ว และต้องการจัดทำเป็นเมนูเพื่อให้สามารถเรียกใช้ Macro ได้โดยสะดวก ก็สามารถทำได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้
เปิด Document หรือ Template ที่มีได้บันทึก Macro ไว้
คลิกที่เมนู Tools เลือกคำสั่ง Customize… เลือกแถบ Commands ที่ Categories box คลิกที่ Macros
คลิกที่ Macro ที่ต้องการ แล้วลากเมาส์เพื่อนำ Macro ไปวางที่ Menu bar
คลิกปุ่ม Close
เมื่อต้องการเรียกใช้ Macro นั้น ก็สามารถคลิกที่เมนูได้ตามต้องการ
Macro Security ใน Microsoft Officeเนื่องจากปัญหาการระบาดของ macro virus โปรแกรมในกลุ่ม Microsoft Office จึงกำหนดให้มีการตั้ง security สำหรับการตรวจหา macro และเตือนผู้ใช้ว่ามี custom macro ในแฟ้มที่กำลังจะเปิด ผู้ใช้ต้องระบุว่าจะต้องการเปิดแฟ้มในลักษณะที่ยอมให้ macro ทำงานหรือไม่ (diable หรือ enable macro)ใน Microsoft Office 2000 ถ้าต้องการปรับเปลี่ยน Security ของ Macro ให้คลิกที่ Tools เลือกคำสั่ง Macro > Security… ซึ่งจะพบว่ามีอยู่ 3 ระดับ ดังนี้
High ถ้าเลือกระดับนี้ Macro ที่ได้ผ่านการรับรองเท่านั้นที่จะยอมให้ทำงานได้ Macro อื่น ๆ จะไม่สามารถทำงานได้
Medium ถ้าเลือกระดับนี้ ผู้ใช้งานจะต้องเป็นคนกำหนดเองว่าจะยอมให้ macro ทำงานหรือไม่
Low ถ้าเลือกระดับนี้ จะเป็นการยอมให้ macro ทำงานได้ทันทีที่มีการเปิดแฟ้มนั้น ๆ ซึ่งเป็นระดับที่ไม่ปลอดภัยในเรื่องการป้องกัน virus
ในกรณีที่มีการสร้าง macro ไว้ใช้งาน อาจจะเลือก Security ระดับ Medium และก่อนจะเปิดแฟ้มที่มี macro ควรจะให้แน่ใจว่ามาจากแหล่งที่เชื่อถือได้
1.บนเมนู เครื่องมือ ในโปรแกรม Word ให้ชี้เมาส์ไปที่ แมโคร และคลิก บันทึกแมโครใหม่ เพื่อแสดงกล่องโต้ตอบ บันทึกแมโคร
2. ในช่อง ชื่อของแมโคร ให้พิมพ์คำว่า InsertLegalText
3. ในช่อง เก็บแมโครไว้ที่ ให้คลิก เอกสารทั้งหมด (Normal.dot)
4. คลิก ตกลง แถบเครื่องมือ การบันทึก จะปรากฏ

5. พิมพ์ข้อความต่อไปนี้: Copyright XYZ Corporation. You may not modify, copy, or distribute any information contained in this document without our prior permission.
6. บนแถบเครื่องมือ การบันทึก ให้คลิก หยุดการบันทึก
7. เปิดเอกสาร Word ใหม่อีกเอกสารหนึ่ง และบนเมนู เครื่องมือ ให้ชี้เมาส์ไปที่คำว่า แมโคร และคลิก แมโคร เพื่อแสดงกล่องโต้ตอบ แมโคร
8. ในรายการ แมโครใน ให้คลิก Normal.dot (แม่แบบส่วนรวม)
9. ในรายการ ชื่อแมโคร ให้คลิก InsertLegalTextและคลิก เรียกใช้ ข้อความที่คุณพิมพ์ในขั้นตอนที่ 5 จะปรากฏในเอกสารใหม่